วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

code SQL Person ของ JHCIS ที่ใช้สำหรับ ออก 18 แฟ้ม


เป็นตัวสึแดงเป็นรหัสสถานพยาบาลของเราก่อนน๊ะครับ
เครื่องมือสำหรับ run sql เหล่านี้มีหลายตัว เช่น Mysqlfont, PhpMyAdmin, Aquadata studio,EMS sql Manager,Mysql Admin tool ฯลฯ
SELECT DISTINCT D.pcucodeperson, D.idcard, D.pid, D.hcode, D.prename, D.fname, D.lname, D.sex, IF(D.birth='' OR D.birth='0000-00-00','',D.birth) AS birth, D.roadmoi, D.hnomoi, D.mumoi, D.subdistcodemoi, D.distcodemoi, D.provcodemoi, D.marystatus, D.occupa, IF(D.origin IS NULL OR TRIM(D.origin)='','',D.origin) AS origin, IF(D.nation IS NULL OR TRIM(D.nation)='','',D.nation) AS nation, D.religion, D.educate, D.familyposition, D.fatherid, D.motherid, D.mateid, IF(D.datein IS NULL OR D.datein='' OR D.datein='0000-00-00','',D.datein) AS movein, D.dischargetype AS dischar, IF(D.dischargedate IS NULL OR TRIM(D.dischargedate)='' OR D.dischargedate='0000-00-00','',D.dischargedate) AS ddisch, D.bloodgroup, D.intercode, D.typelive, IF(H.villcode IS NOT NULL,H.villcode,'') AS villcode, IF(CN.mapnation IS NOT NULL AND TRIM(CN.mapnation)<>'',CN.mapnation,'') AS mapnation, IF(CR.mapnation IS NOT NULL AND TRIM(CR.mapnation)<>'',CR.mapnation,'') AS maporigin, IF(D.dateupdate IS NULL OR TRIM(D.dateupdate)='' OR D.dateupdate='0000-00-00', CONCAT(DATE_FORMAT(CURDATE(),'%Y-%m-%d'),' ',TIME_FORMAT(CURTIME(),'%H:%i:%s')), D.dateupdate) AS d_update FROM person D LEFT JOIN house H ON (D.pcucodeperson=H.pcucode AND D.hcode=H.hcode) LEFT JOIN cnation CN ON (D.nation=CN.nationcode) LEFT JOIN cnation CR ON (D.origin=CR.nationcode) WHERE SUBSTRING(H.villcode,7,2)<>'00' AND D.pcucodeperson='09558' UNION SELECT DISTINCT D.pcucodeperson, D.idcard, D.pid, D.hcode, D.prename, D.fname, D.lname, D.sex, IF(D.birth='' OR D.birth='0000-00-00','',D.birth) AS birth, D.roadmoi, D.hnomoi, D.mumoi, D.subdistcodemoi, D.distcodemoi, D.provcodemoi, D.marystatus, D.occupa, IF(D.origin IS NULL OR TRIM(D.origin)='','',D.origin) AS origin, IF(D.nation IS NULL OR TRIM(D.nation)='','',D.nation) AS nation, D.religion, D.educate, D.familyposition, D.fatherid, D.motherid, D.mateid, IF(D.datein IS NULL OR D.datein='' OR D.datein='0000-00-00','',D.datein) AS movein, D.dischargetype AS dischar, IF(D.dischargedate IS NULL OR TRIM(D.dischargedate)='' OR D.dischargedate='0000-00-00','',D.dischargedate) AS ddisch, D.bloodgroup, D.intercode, D.typelive, IF(H.villcode IS NOT NULL,H.villcode,'') AS villcode, IF(CN.mapnation IS NOT NULL AND TRIM(CN.mapnation)<>'',CN.mapnation,'') AS mapnation, IF(CR.mapnation IS NOT NULL AND TRIM(CR.mapnation)<>'',CR.mapnation,'') AS maporigin, IF(D.dateupdate IS NULL OR TRIM(D.dateupdate)='' OR D.dateupdate='0000-00-00', CONCAT(DATE_FORMAT(CURDATE(),'%Y-%m-%d'),' ',TIME_FORMAT(CURTIME(),'%H:%i:%s')), D.dateupdate) AS d_update FROM person D INNER JOIN visit V ON (D.pcucodeperson=V.pcucodeperson AND D.pid=V.pid) LEFT JOIN house H ON (D.pcucodeperson=H.pcucode AND D.hcode=H.hcode) LEFT JOIN cnation CN ON (D.nation=CN.nationcode) LEFT JOIN cnation CR ON (D.origin=CR.nationcode) WHERE SUBSTRING(H.villcode,7,2)='00' AND D.pcucodeperson='09558'

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

ทำไมต้องทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน

ที่มา : http://www.gisphuket.com/form.php?page=article&id=20 หลายท่านคงสงสัยว่าเราทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินไปทำไม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะได้ประโยชน์อะไร เนื่องจากหน่วยงานบางแห่งต้องลงทุนงบประมาณจำนวนมากเพื่อจัดทำ แต่สามารถจัดเก็บภาษีได้น้อยนิดเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ลงทุนไป และจะทำอย่างไรจึงจะสามารถจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินให้สามารถใช้งานได้ และใช้งบประมาณน้อย แผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน เป็นระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่ที่เรารู้จักกันในนาม "ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์" เนื่องจากประกอบด้วยข้อมูล 2 ประเภท คือ ข้อมูลเชิงบรรยาย(ทะเบียนทรัพย์สิน) และข้อมูลเชิงพื้นที่(แผนที่ภาษี) โดยที่ข้อมูลทั้งสองจะมีความสัมพันธ์กันทำให้สามารถสืบค้นข้อมูลไปมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นระบบสารสนเทศชนิดนี้จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปใช้ในการตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินที่อยู่ในข่ายชำระภาษี และยังมิได้ชำระ ซึ่งจะทำให้สามารถติดตามและจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งของทรัพย์สินที่สนใจ ซึ่งจะมีผลต่ออัตราภาษีที่จะนำมาใช้ในการประเมินภาษี (ทำเลภาษี/หน่วยที่ดิน) เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ส่วนกลางพยายามผลักดันให้ท้องถิ่นจัดทำระบบดังกล่าว นอกจากนี้หน่วยงานที่จะดำเนินการจัดทำระบบดังกล่าวยังต้องพิจารณาถึงการนำระบบดังกล่าวมาใช้งานในการบริการรับชำระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช้เพียงแค่ทำให้มีระบบเท่านั้น ประโยชน์ที่ได้จากแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน แผนที่ภาษี 1. ทำให้ทราบขอบเขตการปกครองของหน่วยงานในระดับแปลงที่ดิน 2. ทำให้ทราบทรัพย์สินที่อยู่ภายในขอบเขตปกครองของหน่วยงาน 3. ทำให้ทราบตำแหน่งที่ตั้งของทรัพย์สินที่สนใจ (ทำเลภาษี-การประเมินภาษีที่ถูกต้อง) 4. ทำให้ทราบทรัพย์สินที่ยังมิได้ชำระภาษี 5. เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเพิ่มรายการทรัพย์สินที่ต้องชำระภาษี(เพิ่มรายใหม่ และเพิ่มยอดภาษี) ทะเบียนทรัพย์สิน 1. ทำให้ทราบรายละเอียดของทรัพย์สินที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของผู้มีกรรมสิทธิ์แต่ละราย 2. ทะเบียนทรัพย์สิน เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบริการรับชำระภาษี

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

ระบบแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินคืออะไร

ที่มา:http://www.gisphuket.com/form.php?page=article&id=19 แผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน คือ เครื่องมือที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพในรับชำระภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีเป้าหมายที่ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินภายในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับภาษีที่จัดเก็บ และผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นๆ ที่มีหน้าที่ชำระภาษี โดยจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และครบถ้วน ทำให้สามารถ • จัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว (บริการรับชำระได้ อย่างรวดเร็ว) • จัดเก็บข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน จะทำให้สามารถประเมินภาษีได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม • จัดเก็บข้อมูลที่ครบถ้วน จะทำให้สามารถติดตามทรัพย์สินที่ยังไม่ได้ชำระภาษี (จัดเก็บได้เพิ่มขึ้น) จุดเริ่มต้นของแผนที่ภาษีคือ ปี พ.ศ.2520 เมื่อกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้เทศบาลทั่วประเทศจัดทำทะเบียนทรัพย์สินขึ้น เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือจัดเก็บรายได้ ติดตาม เร่งรัดภาษี แต่แนวทางปฏิบัติยังไม่มีการกำหนดแน่ชัด ต่อมาได้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินมาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพทางด้านการคลังในแผนแม่บทกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 3(พ.ศ.2525-2529) จึงได้มีการศึกษาและพัฒนาจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย 1. แผนที่ภาษี คือ ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่แสดงรูปร่างและตำแหน่งที่ตั้งของทรัพย์สิน รวมถึงข้อมูลทางกายภาพที่แสดงถึงตำแหน่งที่ตั้งของทรัพย์สินภายในเขตปกครอง โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่ภายในเขตปกครองออกเป็นเขต (Zone) และเขตย่อย (Block) เพื่อให้สะดวกในการจัดเก็บเอกสารและค้นหา 2. ทะเบียนทรัพย์สิน คือ ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้มีกรรมสิทธิ์แต่ละราย โดยมีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ และเมื่อคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทในปัจจุบันมากขึ้น ทำให้เกิดการนำเอาระบบดังกล่าว มาจัดทำในรูปแบบข้อมูลเชิงเลข หรือ Digital Map ซึ่งนับว่าเป็นการนำเอาระบบสารสนเทศเชิงภูมิศาสตร์ หรือ GIS เข้ามาประยุกต์ใช้ในการจุดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้เป็นอย่างดี

วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555

php backup mysql

function backup_tables($host,$user,$pass,$name)
{
    $link = mysql_connect($host,$user,$pass);
    mysql_select_db($name,$link);
    mysql_query("SET NAMES utf8");
   
    $backupFile = $name . date("Y-m-d-H-i-s") . '.gz';
    $command = "mysqldump --opt --host=$host --user=$user --password=$pass $name | gzip > $backupFile";
    system($command);
   
    mysql_close($link);
}

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

PostgreSQL- การแทนที่ข้อความ

replace(string text, from text, to text)
text
Replace all occurrences in string of substring from with substring to 
replace( 'abcdefabcdef', 'cd', 'XX')
abXXefabXXef

update house set address=replace( ident, '001/04/', '001-04-') ;

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

ระบบพิกัดแผนที่ ที่ต้องจำ

ระบบพิกัดแผนที่ ในระบบข้อมูลหรือทางคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ในประเทศไทยมี 2 ระบบ
  • ระบบพิกัดภูมิศาสตร์ หรือ Geographic หน่วยเป็น องศา ลิปดา พิลิปดา
  • ระบบพิกัดฉาก หรือ UTM (Universal Transverse Mercator) หน่วยเป็น เมตร และมี 2 โซน Zone 47 และ Zone 48
และหมุดหลักฐานอ้างอิง ที่ประเทศไทยใช้อ้างอิง มี  2 แบบ
  • WGS 1984
  • Indian 1975
ดังนั้นระบบพิกัดแผนที่เมื่อต้องเลือกหมุดหลักฐานด้วย ทั้งหมดมี 6 แบบ
  • WGS 84 / Geographic
  • WGS 84 / UTM Zone 47
  • WGS 84 / UTM Zone 48
  • Indian 1975 / Geographic
  • Indian 1975 / UTM Zone 47
  • Indian 1975 / UTM Zone 48
และสำหรับโปรแกรมเมอร์ที่ต้องเขียนโปรแกรมติดต่อการใช้แผนที่ ต้องใช้รหัสดังนี้
  • epsg:4326      WGS 84 / Geographic
  • epsg:32647    WGS 84 / UTM Zone 47
  • epsg:32648    WGS 84 / UTM Zone 48
  • epsg:4240      Indian 1975 / Geographic
  • epsg:24047    Indian 1975 / UTM Zone 47
  • epsg:24048    Indian 1975 / UTM Zone 48